ทองอยู่ กำลังหาญ : ครูศิลปของแผ่นดิน

ทองอยู่ กำลังหาญ : ครูศิลปของแผ่นดิน

ป้าทองอยู่ กำลังหาญ หรือที่ลูกๆ หลานเรียกว่าป้าอยู่หรือยายอยู่ ช่างทอที่เป็นครูศิลปของแผ่นดินหรือปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้าจกไทยวน วัย 88 ปี ป้าอยู่เป็นบุตรีของนายโหมดและนางช้อน กำลังหาญ โดยเป็นบุตรีคนที่ 2 ในจำนวน 6 คน ท่านได้ฝึกหัดทอผ้าซิ่นตีนจกจากนางช้อน ผู้เป็นมารดา และร่วมกับมารดาฝึกสอนให้แก่หลานๆ เพื่อให้เป็นผู้สืบทอดงานทอผ้าซิ่นตีนจกไว้ มาตั้งแต่มารดายังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

    ภาพที่ 1 ป้าทองอยู่ กำลังหาญ ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้าจกไทยวน

เรื่องราวของป้าทองอยู่กับคุณยายซ้อนผู้เป็นมารดาในการเข้าเฝ้ารับเสด็จ

ป้าทองอยู่ กำลังหาญ ได้เคยเข้าร่วมกับมารดาเข้าเฝ้ารับเสด็จและถวายผ้าจกโบราณสำหรับใช้คลุมหรือปกศีรษะนาค แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี เพื่อทรงทอดผ้าพระกฐินที่วัดสันติการาม (พุพลับ) อ.ปากท่อ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2517 และเคยร่วมกับมารดา รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเยี่ยมนางช้อนผู้เป็นมารดา และทอดพระเนตรการทอผ้าจกที่บ้านของมารดา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2520 รวมทั้งได้เคยร่วมกับมารดาเข้าไปสาธิตการทอผ้าตีนจกที่พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2521 ตลอดจนร่วมกับมารดา ในการนำผลงานไปจัดแสดงหรือไปสาธิตการทอผ้ายังสถานที่ต่างๆ หลายแห่งด้วย 

เกียรติคุณและรางวัลที่ป้าทองอยู่ได้รับ

เกียรติคุณและรางวัลที่ป้าทองอยู่ได้รับเกี่ยวกับงานด้านการทอผ้าตีนจกนั้น มีมากมายหลายอย่างด้วยกันที่สำคัญ ได้แก่ 

             – ปี พ.ศ.2529 ได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการประกวดผ้าซิ่นตีนจกเนื่องในงานศิลป์เมืองราชบุรี วันที่ 12 เมษายน 2529

             – ปี พ.ศ.2534 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมจากคณะอนุกรรมการวัฒนธรรม จ.ราชบุรี   เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย

            – วันที่ 2 เมษายน 2534 ได้รับเกียรติบัตรจากศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ในฐานะผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น  สาขาการช่างฝีมือ

            – วันที่ 16 พฤษภาคม 2534 ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ปัจจุบันคือกรมส่งเสริมวัฒนธรรม)ให้เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม  สาขาศิลปะ การช่างศิลปะ และการช่างฝีมือ ประจำปี พ.ศ.2534

            – ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2562 ได้รับโล่เชิดชูเกียรติเป็นครูศิลป์ของแผ่นดินปี 2562 ประเภทเครื่องทอ (ผ้าซิ่นตีนจกไทยวน-คูบัว) ของที่จัดโดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ในงาน Crafts Bangkok 2019

ภาพที่ 2 คุณยายทองอยู่ กำลังหาญ ครูศิลป์ของแผ่นดินปี 2562

         การทอผ้าจกมีเจตจำนงที่ต้องการขัดเกลาลักษณะนิสัยของความเป็นสตรีไทยยวนให้กับลูกสาว ลักษณะนิสัยที่กล่าวถึงนี้ คือ ความเป็นสตรี มีความเป็นระเบียบ มานะ อดทน การฝึกทอผ้าให้กับหลานสาวและลูกสาว ยายและแม่จะชี้ให้เห็นความจำเป็นที่ลูกผู้หญิงชาวไทยยวนจะต้องมีความสามารถในการทอผ้าหรือทอผ้าเป็น การเริ่มต้นด้วยความตระหนักรู้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ฝึกทอเกิดความมานะ อุตสาหะ ไม่ท้อ ความพยายามในการฝึกทอให้กับลูกและหลานมิได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลและไม่มีหลักเกณฑ์ ในความเป็นจริงเกิดขึ้นอย่างมีเป้าหมายโดยมีเจตจำนงที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นความแยบยลในการอบรมขัดเกลาลักษณะนิสัยกับเด็กผู้หญิงให้มีลักษณะประจำตัว คือ ความเป็นคนที่มีระเบียบ อดทน ประณีต ละเอียดอ่อน เพื่อเป้าหมายของการสร้างให้ลูกสาวมีคุณสมบัติพร้อมที่สามารถจะมีครอบครัวได้ การทอผ้าเป็นและได้อย่างสวยงามของสตรีไทยยวนจึงสื่อความหมายถึงความเป็นแม่บ้านแม่เรือนจะเป็นที่หมายปองของผู้ชายไทยยวน ป้าอยู่เล่าว่า “แม่เคยเล่าเรื่องแต่หนหลังให้ฟังว่าสมัยก่อนผู้หญิงไทยยวนที่ทอผ้าเป็นจะถูกจับจองจากผู้ชายก่อนคนที่ทอผ้าไม่เป็น สมัยก่อนคิดกันว่าคนที่ทอผ้าเป็นจะมีระเบียบ ฉันก็สังเกตนะ คนที่ทอผ้าเป็นจะเป็นคนเรียบร้อย ไปดูบ้านเขาจะสะอาดเรียบร้อย มีนิสัยเป็นคนละเอียดไม่สุรุ่ยสุร่าย

ภาพที่ 3 ป้าทองอยู่กับบุคคลิกของความเป็นสตรีไทยวน

        สมัยดั้งเดิมการทอผ้าจกของสังคมไทยยวนจะทอด้วยเส้นใยที่ผลิตจากฝ้าย ไม่มีการทอด้วยเส้นใยไหมเฉกเช่นในปัจจุบัน นัยยะนี้เองที่เป็นความเด่นชัดของระบบความเชื่อทางศาสนาต่อการเป็นตัวกำหนด การได้มาซึ่งเส้นใยไหมจะต้องเลี้ยงไหมและต้องฆ่าตัวไหมเป็นจำนวนมากเพื่อมาทำเป็นเส้นใยไหม ดั่งคติความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดกันมาว่า “คนทอผ้าไหมใจร้าย คนทอผ้าฝ้ายใจดี” การที่จะได้ผ้าไหมสักผืนหนึ่งต้องฆ่าตัวดักแด้ในรังไหมก่อนที่จะสาวไหมในน้ำร้อน ชาวไทยยวนคนหนึ่งเล่าว่า “รุ่นพ่อรุ่นแม่จะไม่ทอผ้าด้วยไหมแม่บอกว่าหากทอด้วยไหม กว่าจะได้ผ้าผืนหนึ่งใช้ไหมตั้งเยอะ ต้องฆ่าไหมเป็นจำนวนมาก” ป้าอยู่ชี้มือไปที่บริเวณหลังบ้านเล่าเหตุการณ์สมัยยังเป็นเด็กพร้อมกับเปรียบเทียบกับปัจจุบันว่า “ตรงหลังบ้านสมัยก่อนนี้จะปลูกฝ้ายเต็มไปหมด เมื่อฝ้ายแตกปุย แม่ก็จะไปเก็บ ป้าไปช่วยแม่เก็บเลย จากนั้นเราก็จะมาปั่นเป็นเส้นด้าย มีคนข้างบ้านมาช่วยกันหลายคน” ป้าอยู่ย้อนรอยอดีตว่า “สมัยป้าเด็ก ๆ เวลาแม่ไปทำนา แม่ก็จะหอบฉันกับน้องไปด้วย เราไปอยู่ที่ห้างนา แม่กับพ่อจะผูกเปล ฉันก็ต้องไขว่เปลดูน้องจนน้องหลับ เวลาน้องกวนมากๆ ร้องดัง แม่ก็จะมาดู เวลาดำนาหรือเกี่ยวข้าว คนจะมากันเยอะ มาแขกกัน พอดำนาเสร็จ ประมาณปลายเดือนแปด ต้นเดือนเก้า แม่กับพ่อก็มาช่วยกันปลูกฝ้ายท้ายนา จำได้ว่าแม่เคยบอกว่า จะต้องกะเวลาในการปลูกฝ้าย กะให้ฝ้ายแตกปุยตอนหมดฝน การกะจะสังเกตจากฝน หากปีใดฝนมาล่า ก็ปลูกฝ้ายช้าลงหน่อย ฝ้ายแตกปุย โดนฝนจะเสียหมด”

ภาพที่ 4 วิถีการทอผ้าในชีวิตประจำวันของป้าทองอยู่ด้วยเส้นใยฝ้าย

       การทอผ้าจกจะเป็นหน้าที่ของสตรีไทยยวนที่สืบทอดกันมาจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง โดยทั่วไปจะเรียนรู้จากแม่ ย่าหรือยายสู่ลูกสาวหรือหลานสาว ชาวไทยวนจะเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการทอผ้าจกจากการที่เห็นแม่ทอตั้งแต่เด็ก แม่ก็จะเห็นแม่ทออีกทอดหนึ่ง ยายอยู่เล่าว่า ตอนเด็กจะเห็นแม่ทอผ้าใต้ถุนบ้าน เกือบทุกครั้งที่แม่สอนทอผ้าให้ฉัน แม่ก็พูดเสมอว่าย่าสอนทอผ้าให้กับแม่อีกทีหนึ่ง แม่จะบอกว่าย่าเป็นคนเก่งทอผ้าเร็ว ผ้าจกที่ย่าทอลวดลายสวยมาก แปลกนะฉันก็ว่าแม่ฉันทอผ้าเก่งลายสวยมาก ผ้าแน่น แม่ก็บอกว่าย่าทอเก่งมากกว่าอีก แม่คงเหมือนฉัน ฉันภูมิใจในตัวแม่ แม่ก็ภูมิใจในตัวย่า ฉันฝึกทอจากแม่ แม่เป็นคนสอนให้ ฉันทอบ้างวิ่งเล่นบ้างตาประสาเด็ก กว่าจะเป็นก็นานโขทีเดียว

    นอกจากนี้ป้าอยู่ยังได้เล่าถึงการเรียนทอผ้ากับแม่ว่า “สมัยก่อนเวลาทอผ้า แม่จะสอนโดยการวางผ้าไว้ข้าง ๆ แม่สอนให้ดูลาย แรกๆ หัดจากลายง่ายๆ ก่อน แกะลายจากผ้าเก่าของแม่ แม่ว่าผ้าผืนนั้นเป็นของยาย ตอนนี้แม่เสียแล้วผ้าผืนนั้นแม่ก็ให้ฉันอีกต่อหนึ่ง ฉันไม่มีลูก ต่อไปจะให้น้องสาว ตอนนี้เขาก็ทอผ้าด้วย พอดูลายแล้วแม่ก็บอกให้ทอ กี่ก็ตั้งข้างๆ กัน กว่าจะเป็นนานเหมือนกัน สักสองสามเดือนได้มั้ง”

ภาพที่ 5 สืบทอดวิถีการถักทอผ้าจกจากแม่ (คุณยายซ้อน กำลังหาญ)

      ยายทองอยู่ กำลังหาญ นับเป็นสตรีไทยวนคนหนึ่งที่ก้าวข้ามวิถีการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทอผ้าที่เดิมเป็นเพียงการถ่ายทอดจากแม่ ย่าหรือยายสู่ลูกสาวหรือหลานสาว โดยขยายวงสู่เครือญาติและผู้สนใจทั่วไปทั้งในกลุ่มชาติพันธุ์ไทยวนและกลุ่มคนอื่นๆ เป็นจำนวนมากกว่า 50 คน

ภาพที่ 6 ป้าทองอยู่ สอนการทอผ้าจกใต้ถุนบ้าน

       รายได้จากการทอผ้าและขายผ้าส่วนใหญ่จะนำไปถวายพระ และสร้างบุญผ่านการทอดพระกฐิน
ป้าอยู่เล่าว่า “ทอผ้าขายได้ ส่วนหนึ่งจะนำเงินไปทำบุญ  ขอบทำบุญ นอกจากจะทำบุญทุกวันพระ ทุกปี
ยังทำบุญทอดกฐิน เป็นต้นกฐิน ตามวัดต่างๆ กับพระที่คุ้นเคย ศรัทธา ทุกวันพระสมัยก่อนจะไปนอนวัด ที่วัดแคทราย สวดมนต์ตอนกลางคืน ตอนนี้หลังไม่ค่อยดีเลยไม่ได้นอน ทำบุญอย่างเดียว”

ภาพที่ 7 สร้างบุญกุศลตามวิถีไทยวนที่แนบแน่นกับพระพุทธศาสนา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง