พิมพ์ ชมพูเทศ : เรียน ฝึกทอกับแม่และพี่สาว

พิมพ์ ชมพูเทศ : เรียน ฝึกทอกับแม่และพี่สาว

พิมพ์ ชมพูเทศ หรือป้าพิมพ์ บุตรสาวคนสุดท้องของคุณยายซ้อน กำลังหาญ ช่างทอวัย 77 ปี ของกลุ่มทอผ้าจกคุณยายซ้อน กำลังหาญ ป้าพิมพ์ในช่วงเยาว์วัยรับจ้างทอผ้าโรงงานและประกอบอาชีพเป็นช่างเสริมสวย พอมีครอบครัวอาชีพหลักคือทำนา มีบุตร 3 คน ส่งเรียนจบปริญญาตรี 2 คน ต่อมาเห็นคุณแม่ คือ คุณยายซ้อนและพี่สาว คือยายทองอยู่ กำลังหาญทอผ้าตีนจกใต้ถุนบ้านอยู่ทุกวัน และเห็นว่าผ้าจกนั้นเป็นของสวยงามทอยาก และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ  จึงได้ฝึกทอกับป้าทองอยู่ซึ่งเป็นพี่สาวในช่วงอายุประมาณ 53 ปี และทอเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ป้าพิมพ์เล่าว่า “ป้าพิมพ์ทำผ้าจกมาได้เกือบ 30 ปี เพราะคิดว่าผ้าจกเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงของคูบัว ปัจจุบันสังคมสมัยนี้ก็นิยมผ้าจกมากขึ้น และฉันก็ได้อนุรักษ์ สืบต่อเอาไว้ไม่ให้สูญหายไป”

ย้อนอดีตรำคาญเสียงพูดคุยของคนทอผ้า

       เนื่องจากบ้านป้าพิมพ์ ชมภูเทศ กับยายทองอยู่ กำลังหาญ อยู่ในรั้วเดียวกัน และช่วงแรกมีคนมาเรียนทอผ้ากับยายทองอยู่ หลายคน ซึ่งมักจะคุยกัน ป้าพิมพ์เล่าว่า “ตอนที่ยังไม่ได้ทอผ้ามีบรรดาญาติๆ และคนรู้จักมาเรียนกับป้าอยู่หลายคน ก็คุยกัน รู้สึกหนวกหู รำคาญมาก แต่ก็ต้องทน ไม่รู้จะทำยังงัย แต่พอมาทอผ้า ได้คุยกับเขาบ้าง ก็รู้สึกดี ได้คุย ไม่เหงา”

เรื่องราวการทอผ้าจกด้วยเส้นใยฝ้าย

        ย้อนอดีตเรื่องราวการถักทอผืนผ้าผ่านการบอกเล่าของป้าพิมพ์จะสอดคล้องกับยายทองอยู่ กำลังหาญที่เป็นพี่สาว ว่าการทอผ้าจกในสมัยคุณยายซ้อนซึ่งเป็นแม่ของทั้งยายอยู่และป้าพิมพ์ จะใช้เส้นด้ายที่ทำจากฝ้าย และจะทำเองในทุกขั้นตอนของการทอ คือ ปลูกฝ้าย ปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้าย ย้อมสีเส้นใยฝ้ายด้วยสีธรรมชาติที่ได้มาจากเปลือกไม้ต่างๆ จนกระทั่งทอเป็นผืนผ้า ป้าพิมพ์เล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่ด้วยสีหน้ายิ้มพรายที่แสดงถึงความสุขเมื่อได้พูดถึงแม่ “ป้าพิมพ์จำได้นะว่าครั้งขณะที่แม่นั่งปั่นฝ้ายหรือทอผ้า แม่มักชอบพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา แม่บอกว่า สมัยก่อนจะทอผ้านี่ต้องคิดก่อนว่าจะทอกี่ชิ้น จะใช้ด้ายเท่าไร หากจะทอผ้าหลายชิ้น แม่กับพ่อก็จะปลูกฝ้ายมาก ก็ปลูกรอบ ๆ บ้านนี่แหละ หรืออีกทีก็ไปปลูกท้ายนา หัวนาบ้าง แม่บอกว่าหลังดำนาเสร็จก็จะไปปลูกฝ้าย แม่บอกว่าตอนปลูกกับเก็บฝ้ายสนุกดี มีคนมาช่วยเยอะ ใครว่างก็มา จากนั้นนำมาปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมสีด้วยเปลือกไม้ แล้วจึงนำมาทอ”

เรียน ฝึกทอกับแม่และพี่สาว

        การฝึกทอผ้าจกเพื่อสืบทอดมรดกของบรรพบุรุษไทยวนของป้าพิมพ์จะฝึกและเรียนจากแม่ คือ
คุณยายซ้อน กำลังหาญ กับ พี่สาว คือ ยายทองอยู่ กำลังหาญ กรณีป้าพิมพ์ผู้อาวุโสคนหนึ่งของกลุ่มทอผ้าคุณยายซ้อน กำลังหาญ ไม่ได้ฝึกทอผ้าในช่วงวัยรุ่น แต่มาฝึกทอในช่วงอายุ 53 ปี หรือในราวปี พ.ศ.2535 ณ ปัจจุบันประสบการณ์บนผืนผ้าจึงเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ป้าพิมพ์ย้อนอดีตเมื่อเรียนทอผ้ากับแม่ “ด้วยความที่อายุมากนะ ตอนฝึกทอตอนแรก รู้สึกว่าการทอผ้าจกนี้ยาย ลวดลายซับซ้อน มาเรียนได้อาทิตย์หนึ่งไม่เอาแล้ว ท้อ หยุดไปพักหนึ่ง ด้วยความที่เห็นคนอื่นทอได้ จึงเปลี่ยนใจมาเรียนอีก เริ่มตั้งใจมากขึ้น สังเกตลายขึ้นลงอย่างไรก็เริ่มทอเป็น”

ลายเซียซ้อนหัก : ลายที่ชื่นชอบและเป็นลายที่ฝึกทอกับแม่ลายแรก

        ลวดลายที่ป้าพิมพ์ฝึกทอกับแม่เป็นลายแรก คือ ลายเซียซ้อนหัก “ลายเซียซ้อนหัก ซึ่งคิดว่าเป็นลายที่ยาก เมื่อทอเสร็จ คิดว่าเป็นลายที่สวยมาก จึงลายที่ชื่นชอบและถนัดมากที่สุด”

ขายผ้า ได้เงิน ทำบุญ

       รายได้จากการทอผ้าและขายผ้าส่วนใหญ่จะนำไปถวายพระ และสร้างบุญผ่านการทอดพระกฐินเช่นเดียวกันกับยายทองอยู่ กำลังหาญผู้เป็นพี่สาว ป้าพิมพ์เล่าว่า “ทอผ้าขายได้ ส่วนหนึ่งจะนำเงินไปทำบุญป้าพิมพ์จะเหมือนกับยายอยู่ ขอบทำบุญ นอกจากจะทำบุญทุกวันพระ ทุกปียังทำบุญทอดกฐิน เป็นต้นกฐิน ตามวัดต่างๆ กับพระที่คุ้นเคย ศรัทธา ทุกวันพระ ป้าพิมพ์จะไปนอนวัด สวดมนต์ตอนกลางคืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง