สายชล กระทู้ : เรียนรู้การทอผ้าจกจากยายและป้า

สายชล กระทู้ : เรียนรู้การทอผ้าจกจากยายและป้า

        สายชล กระทู้ ผู้สืบทอดการทอผ้าจกรุ่นปัจจุบันของกลุ่มทอผ้าจกคุณยายซ้อน กำลังหาญ วัย 52 ปี คุณสายชลเป็นบุตรสาวของป้าพิมพ์ ชมภูเทศ และป้าพิมพ์เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของคุณยายซ้อน คุณสายชลจึงมีศักดิ์เป็นหลานของคุณยายซ้อน ด้วยความที่เป็นหลานของคุณยายซ้อน กำลังหาญ และคุณป้าทองอยู่ กำลังหาญ โดยเติบโตในรั้วบ้านเดียวกัน จึงมีความใกล้ชิดกับยายและป้า ด้วยความที่เห็นยายและป้าทอผ้าจกทุกวัน แต่ละผืน แต่ละลายที่สรรสร้างกว่าจะเสร็จต้องใช้เวลาและความอดทนในการทอ จึงรับรู้ถึงความเป็นศิลปหัตถกรรมชั้นสูง และมรดกทางภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่าอันควรแก่การสืบทอดให้ดำรงอยู่ตลอดไป

ประทับใจที่สุดในชีวิต

            เรื่องราวความประทับใจที่สุดของคุณสายชล ชมพูเทศ (นามสกุลในขณะนั้น) คือ การได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการประกวดการทอผ้าจก ณ วัดแคทราย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2534 “ประทับใจที่สุดชีวิตจาก การได้รับรางวัลจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอนตุลา 2534 มีการประกวดการทอผ้าจก ที่ วัดแคทราย ฉันถูกส่งเข้าประกวดในฐานะตัวแทนกลุ่มทอผ้าจกคุณยายซ้อน กำลังหาญ เป็นผู้เข้าประกวดที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น ผลการประกวด ฉันได้รับรางวัล ดีใจ ภูมิใจมาก” จากนั้นมากลุ่มทอผ้าจกคุณยายซ้อนก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ผ้าตีนจกลายหน้าหมอน : เครื่องหมายนกยูงสีน้ำเงิน

        ด้วยฝีมือการถักทอผืนผ้าที่ละเอียด ประณีตจากผลงานผ้าตีนจกลายหน้าหมอนของคุณสายชล ทำให้ได้ใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยชนิด Thai Silk เครื่องหมายนกยูงสีน้ำเงิน ด้วย ในนามกลุ่มทอผ้าจกคุณยายซ้อน กำลังหาญ

เรียนรู้การทอผ้าจกจากยายและป้า

          เรื่องราวการเรียนรู้และฝึกฝนการทอผ้าจกของคุณสายชลเดินตามวิถีการทอผ้าของชาวไทยวน คือ เรียนรู้จากยาย ด้วยความที่คุณยายซ้อน กำลังหาญได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีความสามารถในการทอผ้าจกคนหนึ่ง และคุณสายชลซึ่งเป็นหลานจึงเกิดการเรียนรู้ และฝึกฝนการทอผ้าอย่างจริงจังตั้งแต่เด็กด้วยวัยเพียงแค่ 13 ปี คุณสายชลเล่าว่า “แม่พิมพ์ได้ปลูกบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกันกับบ้านคุณยายซ้อน  ดังนั้นเมื่อเกิดมาจึงได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณยาย และได้เห็นคุณยายและป้าทองอยู่ (ซึ่งเป็นพี่สาวของคุณแม่) ทอผ้าทุกวัน ตอนนั้นเป็นเด็กก็อยากรู้อยากเห็น เห็นยายทอผ้าก็อยากทอบ้าง คอยดูว่าเมื่อไรยายจะลุกจากกี่ พอยายลุกจะดีใจมาก แอบไปทอ ก็ทอผิดๆ ถูกๆ พอยายมาก็จะบ่นว่า ใครมาทอทอผิด เราก็สนุกตามประสาเด็กนะ เริ่มเรียนจริงจังตอนอายุ 13 ป้าทองอยู่ช่วยสอน ไม่นานก็เป็น”  ด้วยฝึกทอตั้งแต่วัยเยาว์ทำให้สายชลทอผ้าเป็นในระยะเวลาอันรวดเร็ว เธอเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า “พอทอเป็นป้าทองอยู่ ชมว่าเก่งนะ ความจำดี ทอเป็นเร็ว สอนง่าย”  

ทอผ้าสร้างรายได้ระหว่างเรียน

         หลังจากทอผ้าเป็น คุณสายชลก็ใช้ความรู้ในการทอผ้าจกหารายได้ในช่วงปิดเทอม เธอเล่าว่า “ในตอนที่เรียนมัธยมต้นถึงมัธยมปลายจะใช้เวลาช่วงปิดเทอมทอผ้า จะได้เงินค่าเทอม 1 เทอมทุกเทอม” เธอเล่าถึงความตื่นเต้นจากการขายผ้าผืนแรกที่ทอว่า “พอทอผ้าแล้วขายได้เงิน ดีใจมากเลย จำได้ไม่เคยลืมว่า ผืนแรกขายได้พันสอง ถัดมาพันห้า พันแปด และสองพัน ถัดมาอีก ได้สี่พันห้า ดีใจมากเลย”

ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าจก : ผืนต่อไปจะทอด้วยดิ้นทอง

       ด้วยความรักและรู้ถึงคุณค่าของผ้าตีนจก ซึ่งเป็นศิลปหัตถกรรมชั้นสูงที่ทำยาก  ซึ่งปัจจุบันมีผู้ทำน้อย  คุณสายชลจึงตั้งใจที่จะอนุรักษ์  สืบทอด  พัฒนาต่อยอด  และถ่ายทอดการทอผ้าตีนจกให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน เธอเล่าว่า “หลังจากทอผ้าผืนนี้ จะทอผ้าซิ่นจกด้วยดิ้นทอง กำลังคิดอยู่ว่าจะทอด้วยลายเซียซ้อนหัก หรือลายหน้าหมอน ผืนนี้คงใช้เวลามากกว่า 4 เดือน” นี่คือ เป้าหมายในการพัฒนาต่อยอดให้ผ้าจกมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อจากคุณยายซ้อนและป้าทองอยู่ กำลังหาญ ยังคงดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง